HomeBL NovelChapterตอนที่ 2: ปฏิวัติพุงกะทิ กับกองเชียร์สายป่วน

ตอนที่ 2: ปฏิวัติพุงกะทิ กับกองเชียร์สายป่วน

๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๒

วันนี้คือวันที่สิบห้าของการตกหลุมรัก… และเป็นวันที่สามที่ผมพยายามจะเอา ‘อกไก่ต้ม’ ที่รสชาติเหมือนกระดาษลังกลืนลงคอ

✍️ บันทึกหน้าที่ ๓: เมื่อปณิธานปะทะพะโล้ของคุณแม่

เช้านี้บรรยากาศในบ้านตึงเครียดกว่าปกติครับ เพียงเพราะผมเลื่อนจานขาหมูพะโล้สุดฝีมือของคุณแม่ไปข้างๆ แล้วหยิบสลัดผักเหี่ยวๆ ที่แอบไปซื้อมาเมื่อคืนขึ้นมาวางแทน

“พีท… แกเป็นอะไร?” เสียงคุณแม่ดังกังวานมาจากหัวโต๊ะ สายตาเข้มงวดจ้องมองมาที่พุงกะทิของผมสลับกับจานสลัด “ปกติเห็นแย่งไอ้พลกินหนังหมูจนบ้านแทบแตก แต่นี่จะกินผักประท้วงอะไร?”

ผมก้มหน้า มองผ่านเลนส์แว่นหนาเตอะที่เริ่มขึ้นฝ้าเพราะความร้อนจากชามพะโล้ “ผม… ผมอยากคุมน้ำหนักครับแม่”

“คุมทำไม? เป็นผู้ชายต้องอ้วนท้วนถึงจะดูดี มีราศี” คุณแม่ตอบกลับตามฉบับผู้ใหญ่หัวโบราณที่มองว่าความอ้วนคือความอุดมสมบูรณ์ “หรือจะไปแอบชอบใคร? อย่าให้แม่รู้นะว่าเสียการเรียนเพราะเรื่องไร้สาระ แค่สอบเข้าศิลป์-คำนวณได้ที่โหล่ แม่ก็นอนก่ายหน้าผากพอแล้ว”

คำพูดแม่เจ็บจี๊ดเหมือนโดนเข็มทิ่มครับ สำหรับบ้านผม ‘ความหล่อ’ หรือ ‘รูปลักษณ์’ มันดูเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยและไร้สาระเกินกว่าจะใส่ใจ แต่สำหรับผมในตอนนี้… มันคือตั๋วใบเดียวที่จะทำให้ผมกล้าเดินเข้าใกล้สนามบาส


ตัดภาพมาที่โรงเรียน ผมมีกองกำลังเสริมที่เปรียบเสมือน ‘เทวดา’ (หรืออาจจะเป็นสัมภเวสี) ประจำตัวครับ คือ ไอ้ตั้ม เพื่อนสนิทตัวผอมแห้งที่วันๆ เอาแต่เล่นเกม กับ ยัยก้อย สาวแว่นสายวายตัวแม่ที่เป็นคนคอยผลักดันให้ผมก้าวข้ามขีดจำกัด

“นี่คือตารางการ ‘โมดิฟายด์’ พี่พีทให้กลายเป็นโอปป้า” ก้อยวางกระดาษแผ่นยับๆ ลงบนโต๊ะม้าหินอ่อน พร้อมแววตาเป็นประกาย “เป้าหมายแรก: ถอดแว่น เลิกทำหลังค่อม และเลิกซื้อขนมถุงในสหกรณ์!”

“แต่มึง… กูหิว” ผมครางเบาๆ มองไอ้ตั้มที่นั่งจ้วงลูกชิ้นทอดข้างๆ อย่างเอร็ดอร่อย

“ห้ามหิว! คิดถึงลักยิ้มของน้องจิณณ์ไว้!” ก้อยขัดจังหวะ “มึงอยากเป็นพี่สายรหัสที่เขาอยากเดินด้วย หรืออยากเป็นลุงข้างสนามที่เขาเผลอส่งลูกบาสผิดใส่หัว?”

คำพูดของก้อยทำให้ผมมีฮึดขึ้นมาทันทีครับ เย็นวันนั้นมวลมิตรภาพบีบคั้นให้ผมไปยืนอยู่ข้างสนามบาสเพื่อเริ่มภารกิจ ‘แอบดู’ (และแอบเดินผ่าน)


🏀 ช่วงเวลาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ผมแกล้งทำเป็นเดินคุยกับตั้มผ่านสนามบาส ทั้งที่สายตามันโฟกัสไปที่เบอร์ 14 ท่ามกลางผู้คนมากมาย ผมเห็นจิณณ์กระโดดเลย์อัพลูกบาสเข้าห่วงไปอย่างนุ่มนวล เสื้อกล้ามสีขาวเลิกขึ้นเล็กน้อยเห็นหน้าท้องที่มีกล้ามเนื้อจางๆ จากการออกกำลังกาย

ตึกตัก… ตึกตัก…

“พี่ครับ! ระวัง!”

เสียงสวรรค์นั่นดังขึ้นพร้อมกับลูกบาสที่กระดอนมาทางผม! ผมตกใจจนทำตัวไม่ถูก แทนที่จะรับลูกบาสสวยๆ ผมกลับหลับตาปี๋แล้วสะดุดขาตัวเองจนล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นปูน

แว่นตาหนาเตอะของผมกระเด็นไปไกล โลกทั้งใบกลายเป็นภาพมัวๆ ที่มีเพียงเงาสูงโปร่งวิ่งตรงเข้ามาหา

“พี่เป็นไรเปล่าครับ? ผมขอโทษนะ” มืออุ่นๆ คู่หนึ่งคว้าเข้าที่ต้นแขนของผมเพื่อพยุงให้ลุกขึ้น กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมสปอร์ตลอยมาปะทะจมูก

ในตอนที่ภาพทุกอย่างยังพร่าเลือน ผมเห็นเพียงรอยยิ้มจางๆ และสัมผัสจากมือคู่นั้น…

“ไม่… ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบตะกุกตะกัก ใจอยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นจากความอับอายนี้ แต่ขณะเดียวกันก็อยากจะหยุดเวลาตรงที่มือเขายังจับแขนผมไว้แบบนี้ให้นานที่สุด

“ผมจิณณ์นะครับ อยู่ ม.4/2 พี่… ชื่ออะไรครับ?”

ตายครับ… พี่พีทตายไปเลยจังหวะนี้ เขาถามชื่อผม! เขาถามชื่อผมแล้ว!

“ชื่อ… พีท… พี่ชื่อพีท”

“ครับพี่พีท ไว้เจอกันใหม่นะครับ คราวหน้าเดินระวังๆ หน่อยนะพี่ แว่นหนาขนาดนี้เดี๋ยวหล่นแตก” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะคว้าลูกบาสแล้ววิ่งกลับเข้าสนามไป

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments