HomeBL NovelChapterโสนนท์น้อย บทที่ 14 ความลับที่ยังไม่ควรพูด

โสนนท์น้อย บทที่ 14 ความลับที่ยังไม่ควรพูด

สามวันหลังจาก “ธันวา” ปรากฏตัวในหมู่บ้าน
 ชื่อของเขาถูกกล่าวถึงทุกวงสนทนา

“คุณธันวานี่รู้เรื่องสมุนไพรเยอะจังเลย”
 “เขาบอกจะช่วยทำเวิร์กช็อปให้เด็กๆ ด้วยนะ”
 “ถ้ามีคนแบบนี้มาอยู่กับเราได้อีกสักคน… หมู่บ้านจะดีขึ้นอีกเยอะเลยนะ”

และที่ร้านกาแฟของโสนนท์ — เขาเริ่มเป็น “ลูกค้าประจำ”

วันนี้ฝนไม่ตก
 แต่ลมแรง
 ธันวานั่งที่โต๊ะมุมโปรด กางสมุดเขียนอะไรเงียบ ๆ

โสนนท์เดินมาเสิร์ฟน้ำขิงที่เขาไม่ได้สั่ง
 แต่ธันวายิ้มรับ

“นี่ผมชักจะเป็นลูกค้าขาประจำโดยไม่รู้ตัวแล้วใช่ไหมครับ?”

“ก็แค่จำได้ว่าพี่ชอบแบบนี้… เท่านั้นเองครับ”

คำตอบนั้นธรรมดา
 แต่ธันวายิ้มกว้างขึ้นเหมือนเจอบางอย่างน่าพอใจ

“โสนนท์…”
 เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเบากว่าเดิม
 “ผมมีเรื่องอยากถาม… แต่ไม่อยากให้มันดูเสียมารยาท”

โสนนท์เลิกคิ้ว “อะไรเหรอครับ?”

“คนที่ชื่อภณ… เขาเป็นอะไรกับนายเหรอ”

โสนนท์นิ่งไป
 แต่ไม่ตอบทันที

“ก็… เป็นเพื่อนที่สนิทกันครับ”

ธันวายิ้มบาง ๆ
 “ดีจังเลยนะครับ
 …คนที่ได้ใกล้ชิดนายแบบนั้น”

เย็นวันเดียวกัน
 ภณเดินเข้าร้านพอดี เห็นธันวานั่งคุยหัวเราะกับโสนนท์
 ไม่ใช่เรื่องใหญ่
 ไม่ใช่เรื่องลึก
 …แต่เป็นภาพที่ทำให้มือของเขาที่ถือถุงมะม่วงแน่นขึ้นนิดหน่อย

ธันวาหันมา
 สบตากับเขา
 รอยยิ้มของเขาไม่ได้เปลี่ยน
 แต่มันมีบางอย่างที่ “รู้ดี” เกินกว่าจะบังเอิญ

“คุณภณใช่ไหมครับ”
 ธันวาลุกขึ้น ยื่นมือให้จับ
 “ผมชื่อธันวา ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

ภณจับมือเขา
 ไม่แรง
 ไม่แน่น
 แต่แค่พอจะบอกว่า “รู้ทัน”

“ได้ยินชื่อคุณ… ในที่ประชุมบริษัทเมื่อนานมาแล้วครับ”
 ธันวาพูดพร้อมรอยยิ้ม “ไม่นึกว่าจะมาเจอกันที่นี่”

โสนนท์มองทั้งสองสลับกัน
 แต่ยังไม่ทันพูดอะไร
 ธันวาก็เสริมเบา ๆ

“ผมหวังว่าพวกเราจะได้ ‘ร่วมงานกัน’ อย่างราบรื่นนะครับ”

คำว่า ‘ร่วมงาน’
 ไม่ได้ดูเหมือนการร่วมมือ
 …แต่มากกว่าคือการแทรกเข้ามายืนข้างคนที่ภณเคยยืนอยู่คนเดียว

ไม่ใช่ทุกคนที่ยิ้ม… จะเป็นมิตร

บางคนใช้รอยยิ้มเป็นใบมีด และคำว่า ‘สุภาพ’ เป็นเกราะ

สายวันเสาร์
 หมู่บ้านยังเงียบอยู่ครึ่งหนึ่ง
 แต่บ้านยายแย้มกลับคึกคักตั้งแต่เช้า — เพราะวันนี้มีคนมาชวนโสนนท์ไปช่วยงานอาสา

“คุณธันวาบอกว่าจะพาไปดูแปลงพืชสมุนไพรที่บ้านดินปลายนา”
 ฝ้ายพูดพร้อมยื่นเสื้อลายสก๊อตให้เพื่อน
 “คนในเมืองเขามีโครงการคืนธรรมชาติไรงี้อ่ะ ชาวบ้านเริ่มปลื้มแกละนะยะ”

โสนนท์นิ่งไปครู่หนึ่ง
 ก่อนจะรับเสื้อมาแล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเรียบง่าย

ปลายนาแถบนั้นเงียบดี
 มีบ้านดินหลังเล็ก ๆ กับร่องปลูกสมุนไพรตื้น ๆ ที่ธันวาเริ่มลงมือจัดทำไว้
 ไม่มีสปอนเซอร์ ไม่มีป้ายโลโก้
 มีแค่รอยเท้ากับจอบ และคำอธิบายที่ฟังดูเหมือนคนรักต้นไม้จริงๆ

“ผมตั้งใจจะใช้ที่ดินแปลงนี้ให้เกิดประโยชน์”
 ธันวาพูดขณะยื่นหมวกให้โสนนท์
 “ไม่อยากให้ใครมาเปลี่ยนตรงนี้เป็นอะไรที่ไม่มีราก”

เขาหยุดมองโสนนท์สวมหมวกใบเล็กอย่างเรียบร้อย
 แล้วพูดต่อเบาๆ

“เหมือนบางคนที่ผมไม่อยากให้เปลี่ยนไป… แม้จะอยู่ท่ามกลางเมืองทั้งเมือง”

ภณมาถึงช้าไปครึ่งชั่วโมง
 เขาไม่ได้ถูกชวน
 แต่ได้ยินเรื่องนี้จากยายแย้มแบบผ่านๆ และตัดสินใจมาด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง

เขายืนอยู่ตรงเนินมองลงไปเห็นเงาของธันวาและโสนนท์
 หัวเราะด้วยกัน
 ยื่นขวดน้ำให้กัน
 และมีจังหวะหนึ่งที่ธันวายกมือแตะแผ่นหลังของโสนนท์เบา ๆ ระหว่างช่วยพยุงจากร่องดิน

เหมือนบางอย่างในอกภณถูกกด
 แต่ยังไม่แตก
 เขาไม่อยากพูด ไม่อยากหึง
 …แต่เขาอยากรู้

คืนนั้น
 ในห้องนอนของโฮมสเตย์
 ภณเปิดโน้ตบุ๊กที่ไม่ได้แตะมาหลายวัน
 และพิมพ์คำว่า “ธันวา + ชื่อสกุลเต็ม” ลงในช่องค้นหาอีเมลเก่าในบริษัท

ชื่อของเขาโผล่ขึ้นมาพร้อมข้อความเก่าจากทีมกฎหมาย
 เกี่ยวกับ “กรรมสิทธิ์ร่วมในแปลง E42 – สโนน้อย”

ตาของภณนิ่งไป
 ขณะที่ข้อความสุดท้ายในอีเมลนั้นบอกว่า:

“คุณธันวา — ผู้รับมอบอำนาจลำดับที่สาม — ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อในขั้นตอนเจรจาเบื้องต้น”

บางคนมาเพราะเขารักที่นี่จริง ๆ
 บางคนมา… เพราะหวังให้ใครบางคนไว้ใจมากพอจะเสียใจในวันหลัง

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments